2007/Mar/08

น้ำตาลขวดที่1 รัก ของเล่น และตัวผม

ผมคิดมาตลอดว่า ทำไมเราจะต้องมีใครซักคนที่จะอยู่กับเราไปตลอด ผมถามตัวเองเสมอเมื่อผมมองไปที่ชายหญิงหลายคู่ที่เดินพาเข้ามาในสายตาของผม พวกเขาดูรักกันมาก การกระทำที่แสดงออกมาของชายหญิงพวกนั้น มันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไปเหรอ เขาจะรักกันตลอดไปเหรอ

ผมไม่เคยเชื่อว่า เราจะมีใครที่ยอมทำทุกๆอย่างให้กับเราตลอดไปหรอก มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ ผมไม่เคยยึดติดกับกับใครที่เข้ามาในชีวิตผมเลย ผู้หญิงที่เข้ามาก็เพราะหวังผลทั้งนั้น พวกเขาคิดแค่ได้ควงผู้ชายหล่อๆไว้อวดชาวบ้านเท่านั้นแหละ อีกอย่างผมก็ไม่อยากเจ็บปวดหัวใจเหมือนที่พ่อทำกับแม่ ผมรู้ตอนที่พ่อทิ้งเรานั้น มันทำให้เราคนเจ็บปวดขนาดไหน ก็เพราะพ่อหมดความรักที่มีต่อแม่แล้ว ผมถึงคิดแค่นี้ไง มีผู้หญิงไว้ข้างกายให้มันมีรสชาติของชีวิตเท่านั้น พอนานไปยังไงพวกเราก็เลิกกันอยู่ดีนี่น่า แต่ผมจะไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกนะ ผมจะให้เกียจติกับทุกคนที่ผมรู้จัก โดยเฉพาะผู้หญิง ^^

ผมก็มีความสุขในชีวิตแบบนี้ดี ไม่ต้องจริงจังกับใคร...

คุณปาร์ค ยูชอนคะมานั่งอยู่ตรงนี้เอง ได้เวลาเข้าฉากแล้วคะ

ครับ

พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย ผมมองไปที่หน้าของผู้หญิงคนนั้น ทำไมต้องอายด้วย ผมแค่ยิ้มเองนะ

แล้วผมก็เข้าฉากของรายการวาไรตี้เกี่ยวกับความรักรายการหนึ่ง ผมมากับพี่แจจุงสองคนส่วนอีกสามคนที่เหลือไปออกอีกรายการ ผู้กำกับสั่งให้ทำอะไรผมก็ทำตามที่ผู้กำกับสั่ง

วันนี้เซ็งมาก มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นและก็มียัยขี้เหร่ 2-3 คนเท่านั้นเอง ผมมองหน้าพี่แจจุง เห็นพี่แจมีความสุขดีผมเลยไม่กล้าขัด(พี่แกไม่ได้สนใจ 3 คนนั้นเลย) พอมองไปที่ยัย 3 คนนั้นก็ทำตาเยิมใส่ผมกับพี่แจ ผมมองแล้วแถบอ้วกออกมา 5-6 ถัง ยัยพวกนั้นไม่มีความเป็นกุลสตรีเลย ไม่สวยพอทน แต่ยัยพวกนั้นทำสายตาทอดสะพานซะแบบ ใครดูก็รู้ว่าที่มานี้เพื่อจับผู้ชาย ผมเลยไม่สนใจยัยพวกนั้น... เวลาผ่านไป 3 ชม. ก็ได้เวลาที่จะกลับบ้าน

พอเราเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เราก็ต้องสวมแว่นกับหมวกทันทีเหมือนมันเป็นความเคยชินของเราไปเสียแล้ว เราเดินออกมานอกสตูดิโอก็มีแฟนคลับที่รักมารอพวกเราอยู่อย่างเนื่องแน่น ^^ ก่อนขึ้นรถผมก็ส่งยิ้มให้แฟนๆของผมเพราะผมคิดว่าแฟนเพลงทำให้ผมมีวันนี้ได้น่ะครับ ผมนั่งในรถไม่เท่าไร พี่แจจุงที่นั่งข้างๆก็หลับปุย คงจะเหนื่อยมากเพราะทำทั้งงานบ้านและงานเพลง ผมเลยเอาหมอน

ไปหนุนหลังให้พี่แกสบายขึ้น ผมมองไปที่พี่แล้วผมก็หันไปมองสองข้างทางของถนน ทำไมวันนี้มันถึงเงียบนักนะ

ตอนนี้ในหัวของมันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า แต่มันเหมือนมีอะไรที่อยากจะตะโกนบอกออกมา มันทำให้ผมสับสน วุ่นวายใจ ผมไม่รู้เลยในความรู้สึกนั้น สิ่งนั้นมันคืออะไร เกิดอะไรขึ้นกับผม...

พอมาถึงบ้าน ผมก็ปลุกพี่แจให้เข้าบ้าน พี่แจมองหน้าผมด้วยสายตาที่ยังง่วงนอน แล้วพี่แกก็ลุกจากเบาะแล้วคงนึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้ทำงานบ้าน พี่แจมองไปที่นาฬิกาแล้วรีบไปจัดโต๊ะกินข้าวทำอาหาร ส่วนผมนะหรอ...ก็แบกสำภาระ 3 คนกับผู้ช่วยและคนขับรถ หนักเป็นบ้าเลย - -^

ผมเข้าบ้านมายืนข้างเจ๊ผู้ช่วย จ๊อกกกกกกกกกก...จ๊อกกกกก... ทุกคนมองมาที่ผมเป็นตาเดียว เขิลคร้าาาาาบไม่ต้องมอง ผมส่งสายตาไปที่ทุกคน ทุกคนเลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ผมเงยหน้ามองนาฬิกา เวลาประมาณ 6 : 35 น. ถึงว่า ท้องมันร้องเรียกหาแฟรนฟรายด์ เอ้ย! อาหารแล้ว แล้วผมก็เดินเข้าไปหาพี่แจจุงที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็น

พี่แจ หิวววว...

รู้แล้ว กำลังทำอยู่

ยูชอน พวกนั้นยังไม่กลับมาอีกหรอ

ยังเลยคับ สงสัยจะยุ่งอยู่น่ะ แล้วผมจะได้กินข้าวไหมเนี่ย- W -

ตึก ตึก ตึก

กลับมาแล้วคับ

ฟืดด..ฟืด..

หอม จังเยยยย

เจ้ามินรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน อาการเหมือนคนอดข้าวมาหลายวัน แล้วก็รีบเข้ามาข้างๆพี่แจกลัวจะไม่ได้กินข้าวอย่างไงอย่างงั้น ตามมาด้วยจุนซูกับพี่ยุน ที่ยิ้มมาแต่ไกล

วันนี้มีอะไรกินบ้างล่ะ หิวมากเลย

ก็มีหลายอย่าง ไปอาบน้ำก่อน ถึงจะกินข้าวได้

คร้าบบบบบบบ - x -

พี่แจสั่ง ก่อนที่จะให้แม่บ้านมาดูแลเรื่องอาหารต่อ เพราะตัวเองก็จะอาบน้ำเหมือนกัน ส่วนพี่ยุนทำหน้าแบ้แล้วเดินไปอาบน้ำ พอทุกคนอาบน้ำและทานข้าวเสร็จ เจ๊ผู้ช่วยก็มาบอกตารางงานแบบคร่าวๆพอสังเขปที่ต้องทำในสัปดาห์นี้ งานเยอะมากมายก่ายกอง เฮอ...แล้วเวลาไหนจะได้ไปเที่ยวล่ะ ผมบ่นในใจ


edit @ 2007/03/10 16:51:46